538 Views

สวัสดีครับพบกันวันนี้ ก็จะเป็นบทที่ 3กันแล้วครับ สำหรับหนังสือ การนำเสนอ 45วินาทีของ Don Failla สำหรับวันนี้ก็จะเป็นการนำเสนอผ่านกระดาษเช็ดปากตอนที่ 2 ที่มีหัวข้อชื่อว่า “อาการล้มเหลวของนักขาย” ในบทนี้ Don Failla ได้อธิบายเอาไว้ว่า ในบทนี้แหละ เขาได้สังเกตเห็นผู้คนที่เป็นนักขายจำนวนมากมาย จะต้องตกที่นั่งลำบาก ในช่วงของการประคับประคอง เพื่อไม่ให้ธุรกิจของพวกเขาพังทลาย ทำไม?นักขายจำนวนมาก พวกเขาจริงล้มเหลว เมื่อเข้าร่วมการตลาดแบบหลายชั้น หรือว่าธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ในตอนที่ 2 นี่แหละ จะได้อธิบายให้พวกเขาได้เห็นชัดเจนว่า ข้อบกพร่องที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำมีอะไรบ้าง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นเพราะ ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขายของพวกเขานั่นแหละ ในบทนี้ Don Failla ยังอธิบายเพิ่มอีกว่า ทำไมเราจึงควรอุปถัมภ์คนที่เป็นครู หรือคนที่เป็นอาจารย์ 10คน เข้ามาในองค์กรของเรา มากกว่าควรที่จะอุปถัมภ์ คนที่เป็นนักขาย 10คน แต่ถ้าเราอ่านมาถึงตอนนี้ อย่าเพิ่งเข้าใจผู้เขียนผิดไป ในที่นี้ผู้เขียนกำลังหมายถึงว่า คนที่เป็นนักขายเก่งๆก็สามารถสร้างทรัพย์สินสร้างองค์กร หรือสร้างธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายให้สำเร็จได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าคนที่เป็นนักขายเหล่านี้ จะต้องทำบางสิ่งบางอย่างเหมือนกันกับคนอื่นๆทั่วไป นั่นก็คือพวกเขาจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทฝึกสอนผ่านกระดาษเสร็จปากทั้ง 10บท และนำมันไปใช้ในการสร้างธุรกิจของพวกเขา คนส่วนมากมักจะเข้าใจผิดกับคำพูดไหนตอนแรก นั่นก็เพราะว่าพวกเขายังไม่เข้าใจคำพูดที่ว่า MLM มันก็คือวิธีการในการทำการตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง เราอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร แต่ไม่ได้หมายความว่า เราอุปถัมภ์คนเข้ามาเพื่อไปขายตรง หรือจะต้องออกไปขายสินค้า แต่เรากำลังอุปถัมภ์พวกเขาเข้ามาในรูปแบบของการตลาดแบบหลายชั้น หรือว่าในรูปแบบของการตลาดแบบเครือข่ายนั่นเอง ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่เป็นประจำกับนักขายนั่นก็คือ เมื่อคนที่เป็นค่ายเรานั้นได้พบเจอกับสินค้าของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม พวกเขาคนที่เป็นนักขายก็จะนำเอาสินค้าเหล่านั้นแหละออกไปจำหน่าย แน่นอนพวกเขามีความสามารถสูงในการรวบรวมข้อมูลสินค้า เพื่อไปกระจายให้กับผู้บริโภคของพวกเขา พวกเขาเล่านั้นแหละ ไม่ต้องการให้เราไปแนะนำว่า สินค้าตัวนี้มันจะต้องขายอย่างไร มันจะต้องมีวิธีการขายอย่างไร นั่นก็เพราะว่า พวกเขาเหล่านั้นและมีความเชี่ยวชาญในการขายอยู่แล้ว แต่นั่นแหละไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ ประเด็นก็คือ เราไม่ต้องการไปบอกพวกเขาเหล่านั้นว่าสินค้ามันจะต้องขายอย่างไร แต่สิ่งที่เราจะบอกกับพวกเขาเหล่านั้นก็คือ พวกเขาจะต้องออกไปสอน ออกไปอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร เพื่อขยายการตลาดแบบหลายชั้นของพวกเขาให้ประสบความสำเร็จ และมีองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างไร พวกเขาหรือไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็จะสามารถทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือธุรกิจการตลาดแบบหลายชั้น สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเป็นหลักขาย โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องไปขายสินค้าแม้แต่รายการเดียว ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าการขายการซื้อก่อน คำว่าการขายแล้วก็ได้แนะนำไปแล้ว ในบทก่อนหน้านี้ คำว่าการขายนั้นมันคืออะไร ในที่นี้นิยามของคำว่าการขาย นั่นก็คือการมอบสินค้าหรือบริการต่างๆ ให้กับคนที่เขาไม่ต้องการซื้อ หรือไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ นี่แหละคือนิยามของคำว่าการขาย ซึ่ง Don Failla อธิบายเพิ่มอีกว่า ถ้าหากว่าท่านเองไม่สามารถนั่งคุย หรือพูดคุยสนทนา กับบรรดาคนที่เป็นนักขายเหล่านั้น ท่านเพียงแค่อธิบายเรื่องง่ายๆดังต่อไปนี้ เรื่องที่ท่านจำเป็นจะต้องอธิบายมันก็คือ เป็นเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการตลาดแบบเครือข่ายหรือว่าการตลาดแบบหลายชั้น และอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านจะต้องอธิบายความแตกต่างระหว่างการตลาดแบบเครือข่ายและขายตรงมันแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งมีแนวโน้มสูงมาก ที่พวกเขาจะออกไปทำ แบบผิดวิธี ผิดทิศ ผิดทาง ซึ่งในที่นี้ Don Failla ก็ได้นำตัวอย่างมา 2-3 ตัวอย่าง เพื่อที่จะได้มานำเสนอ ในบทสอนผ่านประดาษเช็ดปากในบทนี้นั่นเอง ในตอนนี้ Don Failla อธิบายว่า คนส่วนมากโดยเฉพาะคนที่เป็นนักขายมักจะคิดว่า ถ้าท่านอุปถัมภ์คนคนหนึ่งเข้ามาในองค์กร นั่นก็เท่ากับว่า ท่านได้สร้างคนคนหนึ่ง เพื่อให้สามารถเรียนรู้ ก็อปปี้ เลียนแบบ หรือว่าความรู้ และทักษะต่างๆของท่านแล้ว

ซึ่งในตอนนี้เราจะมาวาดวงกลมเป็นรูปตัวอย่าง เราวาดวงกลมที่หนึ่งไว้ด้านบน แล้วก็วาดรูปกลุ่มที่สองไว้ด้านล่าง จากนั้นให้เราขีดเส้นเชื่อมต่อระหว่างวงกลมทั้งสองอัน แล้ววงกลมที่หนึ่งที่ด้านบนให้เขียนชื่อของท่านลงไป ใช้คำว่าท่าน ซึ่งในตอนนี้ถ้าเรามองจากภาพ ในองค์กรของเราก็จะมีสองคนแล้ว มองภาพรวมมันก็อาจจะสมเหตุสมผล แต่นั้นเราขออธิบายตามความเป็นจริงเลยว่า นั้นมันไม่ใช่ความเป็นจริง มันไม่ใช่ความจริงเลย สาเหตุที่มันไม่ใช่ความจริงก็เพราะว่า ถ้าหากว่าวงกลมที่หนึ่งที่อยู่ด้านบน ซึ่งแทนด้วยผู้อุปถัมภ์ ซึ่งถ้าเกิดในกรณีที่ว่า ผู้อุปถัมภ์ออกจากธุรกิจนี้ไป คนที่ถูกอุปถัมภ์เข้ามาพวกเขาก็จะจากธุรกิจนี้ไปเหมือนกัน พวกเขาจะไม่ทำต่อ ซึ่งในตอนนี้และถ้ามันจะต้องอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า ถ้าพวกเขาต้องการให้มีการเลียนแบบ กัอปปี้ ทำซ้ำ พวกเขาจะต้องอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร อย่างน้อยต้องให้ได้ 3ชั้นลึกลงไป ความรู้ของพวกเขาที่จะสามารถเรียกได้ว่ามีการลอกแบบ เลียนแบบ ทำซ้ำ ถ้าหากผู้อุปถัมภ์ของท่าน ทิ้งทำไปก่อน ก่อนที่ท่านจะได้เรียนรู้ และเข้าใจว่า โปรแกรมรูปแบบของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือว่าใน MLM นี้และมันสามารถสร้างรายได้ได้อย่างไร ซึ่งมันมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ท่านจะคิดว่า ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายไหนและมันเหลวไหล มันไม่ดี มันมีความความเสืยง มันไม่ได้เงินจริง มันโกหกหลอกลวง มันเป็นต้องโช่ มันเป็นพีระมิด มันคือลูกโซ่ นั่นก็คือความคิดทั้งหมดของเท่านั้นเอง ที่คิดว่า ความคิดเหล่านั้นและ มันอาจจะเป็นไปได้ในมุมมองของท่าน เพราะว่าผู้อุปถัมภ์ของท่านยังไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้  เพราะว่าเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ของท่าน เขาย่อมมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าท่านอย่างแน่นอน นี่แหละคือเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องอุปถัมภ์คนอย่างน้อย 3 ชั้นลึกลงไป ในตอนนี้เราจะมาดูตัวอย่างร่วมกัน เราจะมีการวาดวงกลม 4วง วงที่หนึ่งวาดไปด้านบน เขียนชื่อของท่านลงไป และวงที่สอง ถัดจากองที่หนึ่งเป็นบรรทัดที่สองล่งมา เขียนลงในวงกลมชื้อว่า A และวงที่ 3 ถัดลงมาจะเขียนชื่อเค้าไปว่า B วงที่ 4 ถัดลงมาจะเขียนชื่อเค้าไปว่า C แล้วให้เราขีดเส้นเชื่อมระหว่าง 4 วงกลมนี่ลงมาตามลำดับ สมมุติว่าท่านเองอยู่ในวงกลมที่ 1 และ A อยู่ในวงกลมที่ 2 ให้ขีดเส้นเสื่อมระหว่างวงกลมที่ 1 และวงกลมที่ 2 ถัดกันลงมา ถ้าหากว่าเกิดกรณีแบบนี้ ท่านทิ้ง A ไป A ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ เพราะอะไร? เพราะว่าท่านยังไม่ได้สอนอะไรให้กับ A เลย นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นหรือจุดจบของสายงาน แต่ถ้าหากเกิดกรณีในทางตรงกันข้าม ท่านสอน A ให้เขารู้ถึงวิธีการอุปถัมภ์ หรือวิธีการสปอนเซอร์คนเข้ามาในองกรณ์ได้อย่างไร เมื่อ A ได้เรียนรู้วิธีการผู้กระทำหรือสปอนเซอร์คนเข้ามาในองค์กรแล้ว จากนั้น A ก็จะไปขยายสายงานหรือองค์กรของเขาต่อ หลังจากนั้นเอกก็จะเริ่มอุปถัมภ์คนหน้าใหม่ๆเข้ามาในองค์กร ก็จะเป็น B นั่นเอง ให้เราวาดวงกลมที่ 3 ขึ้นมาแล้วลากเส้นต่อระหว่าง A-B เมื่อ A สามารถอุปถัมภ์เรือสปอนเซอร์ B เข้ามาในองค์กรแล้ว นั่นก็เท่ากับว่า ท่านเอง กำลังถูก A ก๊อปปี้หรือทำซ้ำ หรือว่าลอกเลียนแบบ รูปแบบการทำงานของท่านแล้ว นั้นก็คือจะเป็นชั้นที่ 1 ต่อจากนั้นถ้าหาก A ได้เรียนรู้วิธีการสอนหรืออุปถัมภ์ให้กับ B แล้ว B ก็จะเริ่มเข้าใจรูปแบบการทำงานของธุรกิจ เข้าใจรูปแบบของการสร้างองค์กร  B เองก็จะมีความตื่นเต้น อยากจะไปขนาดองค์กรของเขาต่อ จากนั้นบีก็จะเริ่มสปอนเซอร์ คนหน้าใหม่ๆเข้ามาในองค์กร นั้นก็คือจะเป็น C จากนั้นให้เราวาดวงกลมที่ 4 ขึ้นมา แล้วลากเส้นเชื่อมต่อระหว่าง B กับ C แต่ถ้าเกิดกรณีตรงกันข้าม ถ้า B ไม่สามารถอุปถัมภ์หรือสปอนเซอร์คนเข้ามาในองค์กรได้ ถ้าเกิดในกรณีแบบนี้ องค์กรของเราก็จะเล็กลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะเป็นจุดจบขององค์กรหรือสายงานนั้น เพราะฉะนั้นท่านเองจะเป็นจะต้องสอนวิธีการต่างๆให้กับ A เพื่อให้ A ได้สอนวิธีการอุปถัมภ์ต่างๆหรือสปอนเซอร์ให้กับ B หลังจาก B เข้าใจวิธีการทำการตลาดแบบเครือข่ายแล้ว B ก็จะนำไปสอนไปขยายองค์กร การตลาดแบบเครือข่ายของเขา ด้วยการอุปถัมภ์ C เข้ามาในองค์กร นี่แหละเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม A จำเป็นจะต้องมีความรู้ในการสร้างองค์กร หรือว่าการอุปถัมภ์ หรือสปอนเซอร์คนใหม่ๆเข้ามาในองค์กร เพื่อ A จะได้นำเอาไปสอนให้กับ B เมื่อ B มีความเข้าใจแล้ว B ก็จะได้เอาไปถ่ายทอดอุปถัมภ์ สร้างคนอุปถัมภ์หน้าใหม่ๆเข้ามาในองค์กร นั้นก็คือจะเป็น อุปถัมภ์ C เข้ามาในองค์กรนั่นเอง ถ้าเกิดรูปแบบโครงสร้างแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าองค์กรของเราก็จะเติบโต จากนั้นเมื่อ C หรือใครก็ตามที่เข้ามาในองค์กร เข้ามาในสายงาน นั่นก็เท่ากับว่า ท่านกำลังมีคนทำงานจริงจังทำงานร่วมกับท่าน 3 ชั้นลึก และที่สำคัญคนใน 3 ชั้นลึกของท่านนี่แหละ ถ้าพวกเขาสามารถทำงานเองได้ สปอนเซอร์คนเองได้ หรือว่าสามารถอุปถัมภ์คนเองได้ ท่านก็สามารถย้ายไปทำงานกับสายงานอื่นๆ หรือย้ายเป็นที่ในการสปอนเซอร์ ทีมงานใหม่ในพื้นที่อื่นก็ได้ ถึงแม้ว่าในตอนนั้นท่านอาจจะไม่ได้อยู่ในสายงานนี้ แต่ว่าธุรกิจที่เกิดขึ้นจากสายงานนี้ ก็ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ ถ้าหากว่าใน 3 คนนี่แหละ มีคนใดคนหนึ่งที่สามารถอุปถัมภ์หรือสปอนเซอร์คนเองได้ ธุรกิจนั้นก็ยังสามารถเติบโตต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งในนี้ผู้เขียนจริงเน้นย้ำอีกครั้งว่า ท่านจำเป็นต้องมั่นใจว่า มีคนในองค์กรอย่างน้อย 3 ชั้นลึก และสำคัญต้องให้ความมั่นใจว่า พวกเขาสามารถเลียนแบบทำซ้ำ หรือก็อปปี้ ทำซ้ำได้ เหมือนกันกับท่าน และที่สำคัญก็คือ จะต้องให้มั่นใจว่า มีคนใดคนหนึ่งในงานนั้น ทำงานเองเป็น เข้าใจรูปแบบการทำงานของการตลาดแบบเครือข่าย หรือ MLM อย่างถ่องแท้ เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ท่านอาจจะไม่เหลืออะไรแล้ว ที่จะต้องสอนคนจริงจังของท่าน เมื่อถึงตอนนั้น นั่นก็เท่ากับว่า ท่านกำลังถือกุญแจ ที่จะนำพาท่านไปสู่ความสำเร็จ ในธุรกิจการตลาดแบบหลายชั้น หรือว่าในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย มากกว่าคนอื่นที่อยู่ในธุรกิจนี้ ในโครงการนี้มากกว่าท่าน 

ในทีนี้เรามาดูกันว่า คนที่เป็นสุดยอดนักขาย หรือสุดยอดนักกระจายการตลาด ทำไมพวกเขาจึงล้มเหลวในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือว่าพวกเขามักจะล้มเหลวในการทำธุรกิจการตลาดแบบหลายชั้น ในทีนี้เราลองมาสังเกตุดูว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา คนที่เป็นสุดยอดนักขายเหล่านี้แหละ คนที่เป็นสุดยอดนักขายส่วนมาก พวกเขาชอบติดตามผลงานการสาธิตสินค้า พวกเขาชอบอ่านข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการรีวิวสินค้า ไม่ว่าจะเป็นทางวารสารหรือวิดีโอ นี่แหละก็จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสุดยอดนักขาย พวกเขาไม่ชอบติดตามข้อมูลข่าวสารจำพวกนี้ โดยเฉพาะการรีวิวสินค้าจากผู้ที่เคยใช้ พวกเขาจะมีข้อมูลเหล่านี้แบบดีเยี่ยม คนที่เป็นสุดยอดมาขายเหล่านี่แหละ พวกเขาจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิว พร้อมที่จะเอาไปนำเสนอขายให้กับลูกค้า หรือออกเป็นนำเสนอให้กับผู้บริโภคของพวกเขา หลังจากคนที่เป็นอาข่ายเหล่าานี่แหละ เมื่อพวกเขารวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็จะเอาไปนำเสนอขายให้กับลูกค้าของพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง เราคงยังจำได้อยู่นะครับว่า คนที่เป็นสุดยอดนักขายเรานี่แหละ พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย นักขายเหล่านี้พวกเขาเคยอยู่ในธุรกิจขายตรง และที่สำคัญคนที่เป็นนักขายเหล่านี่แหละ พวกเขาไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารกับบุคคลแปลกหน้า ถ้าเกิดเหตุการณ์หรือกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ท่านจำเป็นจะต้องพูดกับคนที่เป็นนักขายเหล่านั้นออกไปว่า ดี ดีเยี่ยม ถ้าหากว่าคนที่เป็นสุดยอดระคายคนนี้แหละชื่อว่าชาร์ลี ให้ท่านพูดกับชาร์ลีออกไปว่า ชาร์ลีถ้าคุณต้องการมีรายได้มากกว่านี้ แน่นอนว่าคุณไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจะเป็นจะต้องทำก็คือ คุณจะต้องออกไปอุปถัมภ์หรือสปอนเซอร์ คนที่จริงจังเข้ามาในองค์กรในธุรกิจของคุณ ถ้าเราแนะนำให้กับชาร์ลีแบบนี้ไปแล้ว แน่นอนชาร์ลีก็จะตั้งคำถามกับเราว่า แล้วจะทำอะไรต่อไป เมื่อมีคำถามแบบนี้ ท่านจะต้องแนะนำให้ชาร์ลีออกไปสปอนเซอร์ ออกไปอุปถัมภ์คนหน้าใหม่เข้ามาในองค์กร เมื่อชาร์ลีเข้าใจแล้ว เขาก็จะออกไปอุปถัมภ์ ไปสปอนเซอร์ สปอนเซอร์ สปอนเซอร์ สปอนเซอร์ อุปถัมภ์ อุปถัมภ์ อุปถัมภ์ คนเข้ามาในองค์กรแบบบ้าคลั่ง ในโปรแกรมรูปแบบธุรกิจของการตลาดแบบหลายชั้น คนที่เป็นนักขายเก่งๆพวกเขาสามารถอุปถัมภ์หรือสปอนเซอร์คนเข้ามาในองค์กรได้ 3-4 คนเป็นเรื่องปกติ นี่แหละคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อชาร์ลีเริ่มจับประเด็นได้ว่ามันใช้เวลาไม่มากนัก คนเรานั้นที่ชาร์ลีอุปถัมภ์เรือสปอนเซอร์เข้ามาในองค์กร พวกเขาก็จะหายไปเร็วพอๆกันกับตอนที่พวกเขาเข้ามานั่นแหละ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์แบบนี้ มันคือหน้าที่ของท่าน ท่านจะต้องทำงานกับคนของท่านอย่างจริงจัง แบบมีประสิทธิภาพนั่นเอง และท่านเองก็จะไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากว่าท่านทำงานกับคนจริงจังของท่านเกิน 5คนต่อครั้ง เมื่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ท่านก็จะเริ่มเห็นแล้วว่า คนที่เป็นนักขายแล้วนั่นแหละพวกเขาก็จะเริ่มถอดใจ และล้มเลิกไปในที่สุด ต่อมาชาร์ลีคนที่เป็นสุดยอดมาขายก็จะเริ่มถอดใจ แต่ว่าชาร์ลีเองก็ยังมีความอดกลั้นอยู่นิดนึง และในตอนนี้ชาร์ลีเองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับองค์กร สาเหตุที่คนหายไป หลังจากนั้นชาร์ลีเองก็ก็จะเริ่มออกไปหาสินค้า เอามาขาย เพื่อเอาไปจำหน่ายให้กับคนต่อไป และคนที่อุปถัมภ์ชาร์ลีเข้ามา คิดว่าชาร์ลีจะทำให้เขารวย แต่สุดท้ายก็ต้องเริ่มผิดหวัง ท้ายที่สุดแล้วทั้งชาร์ลีและผู้อุปถัมภ์เขาเข้ามา ก็ต้องล้มเลิกไปเหมือนกัน

ซึ่งในตอนนี้ Don Failla อธิบายเพิ่มอีกว่า คนที่สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายได้เป็นกอบเป็นกำ หรือสามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยปกติส่วนมากคนเหล่านี่แหละไม่ได้มีพื้นฐานการเป็นครูมาก่อน พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้มีอาชีพเป็นครู แต่ว่าพวกเขามีความสามารถโดยธรรมชาติในการสอนของพวกเขา จะสามารถนำพาทำให้คนอื่นประสบความสำเร็จ ซึ่งในตอนนี้ Don Failla ก็ได้ยกตัวอย่างว่า ในตอนที่เขาเริ่มต้นทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย เขาก็ได้มีโอกาสรู้จักกับครู และครูใหญ่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งครูใหญ่คนนี้แหละ ก็ได้เข้าร่วมธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย เพียงแค่ 24เดือน เขาก็มีรายได้จากธุรกิจนี้มากถึง 15.000 เหรียญต่อเดือน ในโปรแกรมการตลาดแบบหลายชั้น เขาสมาทำเงินได้ และกำลังทำมันต่อไป ด้วยวิธีการในการสอนคนอื่น สอนให้พวกเขาเข้าใจว่า พวกเขาจะต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income จากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือว่าการตลาดแบบหลายชั้น ต่อจากนี้เรามาดูวิธีการสร้างองค์กร ถ้าว่าเราเป็นสุดยอดนักขายเหมือนกับชาร์ลีเราจะขยายองค์กรได้อย่างไร เพื่อเราจะได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า รูปแบบการขยายองค์กรของชาร์ลีมันเป็นแบบที่ผิดวิธี ผิดหลักการ ผิดทิศ ผิดทาง สมุดว่าชาร์ลีคนที่เป็นสุดยอดนักขายออกไปสปอนเซอร์คน แนะนำ อุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กรได้ 130คน และในตอนนี้คน 130คนที่ชาร์ลีสปอนเซอร์มันและ พวกเขาก็ออกไปอุปถัมภ์ หรือสปอนเซอร์คนเข้ามาในองค์กรได้คนละ 5คน ในตอนนี้ถ้าเราเอาจำนวนคนในบรรทัดที่ 2 มารวมกันแล้ว เราก็จะมีคนเกิดขึ้นในองค์กรมาถึง 650คน ทั้งหมดนี้ท่านก็จะมีคนเกิดขึ้นในองค์กร 780คน 780 คนนี่แหละคือตัวเลขที่เราเคยนำเสนอก่อนหน้านี้ ในบทการนำเสนอ 2*2 เป็น 4 ผ่านกระดาษเช็ดปากในตอนที่ 1 นั่นเอง เมื่อมาถึงตอนนี้ให้ท่านตั้งคำถามกับคนของท่านว่า ให้ท่านตั้งคำถามในขณะที่นำเสนอภาพประกอบให้เขาเห็น ว่ามันมีวิธีการใดบ้าง ที่จะสามารถสปอนเซอร์คนเข้ามานั่งก่อนได้มากถึง 780คน แน่นอนมันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือ การสปอนเซอร์คนจริงจังเข้ามาในองค์กร 5คนจริงจัง ลึกลงไป 3ชั้น ท่านก็จะมีคนเกิดขึ้นในองค์กรมากถึง 780คน เพียงแค่แต่ละคนไปสปอนเซอร์หรืออุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร คนละ 5คนเท่านั้น ส่วนวิธีการเขาเพียงแค่สอนวิธีการนี้ให้กับคนอื่นได้รับรู้ แล้วให้เขาเอาไปสอนคนอื่นต่อ ให้รู้ถึงวิธีการขยายองค์กรหรือธุรกิจนี้ ให้พวกเขาทำเป็น ทันทีที่ท่านอธิบายออกไปเขาก็จะมีคำถามสวนกลับมา แล้วจะเอาเรื่องอะไรไปสอนพ่อเขาล่ะ คำตอบก็คือ ท่านจำเป็นจะต้องสอนพวกเขาถึงวิธีการสปอนเซอร์ วิธีการการอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร และสอนวิธีการต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ และสิ่งที่สำคัญมากกว่านั่นก็คือ สอนสิ่งต่างๆที่ท่านกำลังเรียนในตอนนี้ สอนบทนำเสนอผ่านกระดาษเช็ดปากทั้ง10บทของ DonFailla โดยเฉพาะ 4บทแรก สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องสอนก็คือเรื่อง 2*2 เป็น 4 เเล้วก็สอนเรื่อง ทำไม? คนที่เป็นนักขายจริงล้มเหลวจากธุรกิจการตลาดแบบหลายชั้น และสิ่งอื่นๆที่เขาจำเป็นจะต้องรู้จากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ถ้าเกิดในรูปแบบหรือกรณีของชาร์ลีคนที่เป็นสุดยอดนักขาย ท่านคิดว่าจะต้องอุปถัมภ์หรือสปอนเซอร์คนมากแค่ไหน กว่าจะมีคนเข้ามานายองค์กร 130คน และในระหว่างทางมันจะมีคนจำนวนหนึ่งที่ล้มเลิกไปเสียก่อน ก่อนที่จะมีจำนวนคนในองค์กรมากถึง 130คน ท่านก็พบว่าท่านจะสูญเสียคนหน้าใหม่ๆของท่าน เร็วพอๆกันกับตอนที่พวกเขาเขามานั้นแหละ แต่ในอีกทางหนึ่งทางตรงกันข้าม ท่านจะพบว่าคน 780คน ที่เข้ามาในองค์กรผ่านการนำเสนอผ่านกระดาษเช็ดปาก 2*2 เป็น 4 ผ่านการนำเสนอบนกระดาษเช็ดปากในตอนที่ 1 มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างที่จะสูง และเมื่อไรก็ตามถ้าท่านนำเสนอบทฝึกสอนนี้ให้กับคนที่เป็นนักขาย เมื่อคนที่เป็นนักขายเข้าใจมัน ในตอนนี้คนที่เป็นนักขายก็จะพูดว่า อ่าฮะ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว เมื่อพวกเขาเข้าใจว่าเขาก็จะออกไป สปอนเซอร์ สปอนเซอร์ สปอนเซอร์ เมื่อพวกเขาเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร เขาก็จะออกไปอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น Don Failla บอกว่ามีสิ่งหนึ่งที่ท่านควรระมัดระวัง สิ่งที่ท่านนจะทำก็คือ ทำต้องคอยหยุดเขาเอาไว้บ้าง คอยระวังหลังให้กับพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นอาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดสิ่งที่ท่านได้นำเสนอออกไปในบทนี้ เพราะอะไร คนจำนวนมากในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายหรือว่า คนจำนวนมากใน MLM นี่แหละ พวกเขามักจะสนับสนุนให้คนเขาพวกเขาออกไปทำทันที พวกเขาก็จะออกไปสปอนเซอร์ ออกไปอุปถัมภ์คนหน้าใหม่ๆเข้ามาในองค์กร ผู้จำหน่ายของพวกเขากลับมาหาท่านแล้วบอกว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้อุปถัมภ์คนใหม่เข้ามาในองค์กรได้ 5คน แล้วท่านก็ให้กำลังใจพวกเขาไปว่า เยี่ยม สุดยอดไปเลย และในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาก็จะมีคนเซ็นใบสมัครเข้ามาเพิ่มอีก 5คน แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เซ็นใบสมัคร 5คนแรก ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นก็จะแยกย้าย หายหน้าหายตากันไปหมดแล้ว นั่นก็เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่เข้าใจวิธีการอุปถัมภ์ หรือสปอนเซอร์คนเข้ามาในองกรณ์เลย ถ้าเกิดในกรณีแบบนี้ ถ้าท่านเข้าใจอาการล้มเหลวของนักขาย ท่านก็จะสามารถกระตุ้นพวกเขา ดึงพวกเขาให้อยู่ในองค์กรต่อได้ และที่สำคัญท่านจะต้องเน้นไปที่ การสปอนเซอร์ หรืออุปถัมภ์คนจริงจังเข้ามาในองค์กร 5คน และช่วย 5คนนั้นแหละ ให้รู้ถึงวิธีการออกสตาร์ทในรูปแบบที่ถูกต้อง ถูกวิธี ช่วยให้เขาสามารถอุปถัมภ์คนใหม่เข้ามาในองค์กรได้ ช่วยให้เขาสามารถสปอนเซอร์คนหน้าใหม่ๆเข้ามาในองค์กรให้ได้ หลังจากที่เราอุปถัมภ์คนอื่นเข้ามาในองค์กรแล้ว มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องทำงานกับพวกเขา และช่วยให้พวกเขาสามารถอุปถัมภ์คนอื่นๆเข้ามาในองค์กรได้ มากกว่าที่ฉันจะต้องออกไปสปอนเซอร์หรืออุปถัมภ์เข้ามาเอง ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ขั้นตอนในการทำงานต่อจากนี้ ในบทนำเสนอผ่านกระดาษเช็ดปากอีก 2 ตอนต่อจากนี้ นั้นก็คือจะเป็นการนำเสนอผ่านกระดาษเช็ดปากในตอนที่ 3 และตอนที่ 4 นั่นเองในนี้ DonFailla ได้ยกตัวอย่างสายงานหนึ่งที่เขามีความเกี่ยวข้อง ในตอนนี้ผู้เขียนเองก็ได้อุปถัมภ์ Carl เข้ามาในองค์กร และ Carl เองก็บอกกับผู้เขียนไปว่า เขาเองก็สปอนเซอร์คนเข้ามาได้องค์กร นั่นก็คือจะเป็นลูกสาวของเขาเองชื่อว่า เทนเนสซี ซึ่งในตอนนั้น Carl บอกกับผู้เขียนว่า เทนเนสซี รู้จักคนจำนวนมากที่อยู่ในเมือง ในตอนนั้นเองผู้เขียนกับ Carl กำลังพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ และในตอนนั้นผู้เขียนก็บอกกับ Carl กลับไปว่า ดี เยี่ยม และในขณะเดียวกันผู้เขียนก็พูดกับ Carl ไปว่า เขามีบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นจะต้องให้ Carl ได้รับรู้ เพื่อที่ Carl จะนำเอาเรื่องราวนี้ไปส่งต่อให้กับลูกสาวของเขานั่นเอง ซึ่งในตอนนี้และผู้เขียนก็ถาม Carl กลับไปว่า เขามีปากกาและกระดาษอยู่ในมือหรือไม่ ซึ่ง Carl ตอบกลับไปว่าเขามีอยู่ ในตอนนี้และผู้เขียนก็อธิบายให้เขาฟัง สมการในการคูณ 2*2 เป็น 4 และสอนต่อไปเรื่อยๆจนถึงขั้น มีคนในองค์กร 780คน หลังจากที่ดรอธิบายจบ เขาก็แนะนำให้กับข้าว น้ำเอาเรื่องราวต่างๆเหล่านี้แหละ ไปสอนต่อให้กับลูกสาวของเขา เพื่อให้เขารู้จักวิธีการออกสตาร์ทอย่างถูกต้อง ถูกทิศ ถูกวิธีการ ให้เขาหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น และในตอนนี้ธุรกิจของทั้งคู่ก็เติบโตขึ้นแบบดีวันดีคืนนั่นเอง และแน่นอนถ้ากว่าวิธีการนี้ มันสามารถช่วยให้ Carl และผู้เขียน สามารถมีผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ถ้าหากว่าคุณหรือฉันเอง นำไปใช้ ก็จะมีผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน เหมือนกับ Don และ Nancy Failla นั่นเอง

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับผู้คนได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ แด่ความสำเร็จของท่าน

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *