654 Views Passive Income คือ “หาเงินมาใช้ชีวิต” Active Income ก็คือ “ใช้ชีวิตหาเงิน” สวัสดีทุกท่าน เป็นการนำเสนอ จากหนังสือนี่เลย Own your life การนำเสนอสี่สิบห้าวินาทีของ Don Failla นั่นเอง ในนี้ Don Failla เขียนคำถามตัวโตขึ้นมาเลย ทำไม 90% ของประชากร จริงควรทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือควรเข้าร่วมธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายนั่นเอง ซึ่งอยู่ในนี้มันจะมี 2 หัวข้อหลักๆเลย มันจะมีอ่าคำว่า Passive Income และ Active Income คำว่า Passive Income ถ้าให้คำจำกัดความแบบง่ายง่ายเลยก็คือ “หาเงินมาใช้ชีวิตนั่นเอง” แต่คำจำกัดความคำว่า Active Income ก็คือ “ใช้ชีวิตหาเงิน” เห็นปะ ซึ่งมันเป็นคำจำกัดความแบบง่ายๆเลย ระหว่าง Passive Income และ Active Income มันแตกต่างกันง่ายๆเลย ซึ่งในนี้ขึ้นคำถามตัวโตๆเลยว่า Passive Income ตอบโจทย์ได้มากกว่า Active Income ทำไมจริงพูดแบบนั้น เพราะว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว ล้วนแล้วต้องการเหมือนกันเลย คือความมีหน้า มีตาที่ตาในสังคม, ความสะดวกสบาย, ต้องการไลฟ์สไตล์ที่เป็นอิสระ, ต้องการไลฟ์สไตล์ที่แบบ ที่สังคมยอมรับนั่นเอง ยากเป็นที่ยอมรับของสังคม สิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดนั้นแหละ ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องใช้เงิน นี่หมายถึงว่า ทุกคนต้องการรายได้แบบสายธาน สายธานของรายได้หมายถึงอะไร รายได้แบบ Passive Income นั่นเอง อันนี้คือทุกคนต้องการแบบนั้น และผมเองก็ต้องการแบบนั้น ต้องการรายได้แบบ Passive Income เหมือนกัน ต้องการรายได้แบบเป็นสายธานของรายได้ เป็นรายได้แบบที่เราลงมือทำแล้ว ช่วงระยะเวลาคณะหนึ่ง แต่ว่ามันมีกระแสเงินสดไหลเข้าบัญชีเขาทุกเดือน อันนี้คือเป็น Passive Income ซึ่งในเนื้อหา Don Failla บอกว่า ท่านจะพบว่า ทำไม 90% ของประชากร จริ่งควรอยู่ในตลาดเครือข่าย ประชากรส่วนมากในโลกนี้ก็จะมีเกมๆนึงคล้ายๆกัน นั่นก็คือ ทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดอายุการทำงาน ในช่วงเวลาของการทำงานก็จะมี การสะสมเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นกองทุนพอสมควร เพื่ออะไร เพื่อจะได้มีเงินใช้จ่ายในตอนบั้นปลายชีวิต หรือเอาไว้ใช้จ่ายยามที่เราเกษียณ เพื่อจะได้มีเงินใช้จ่ายอย่างสะดวกสบาย จนกว่าจะตาย ซึ่งแพทเทิร์นในการทำงานก็จะคล้ายๆกัน เราต้องมีการตั้งคำถามกับตัวเอง เราเลือกได้ไหม เพราะว่าเราไม่อยากจะเป็นแบบนั้น แบบที่หาเงินไปเรื่อยๆเพื่อเก็บไว้ใช้ต้อนบั้นปลายของชีวิต เพื่อเราจะได้ใช้เงินแบบสะดวกสบาย ถ้าเรามีทางเลือกเราก็ไม่อยากจะทำงานไปตลอดชีวิต เพื่อเก็บเอาเงินไว้ไปใช้ตอนบั้นปลายของซีวิต มันจะมีแบบนี้มั้ย เราจะต้องหยุดคิดว่าแบบนี้มันจะมีไหม แต่ Don Failla บอกว่า นี่แหละคือเหตุผล ทำไมคน 90% จริงควรอยู่ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย เพราะว่าธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย สามารถให้ไลฟ์สไตล์แบบนั้นได้ เอาจริงๆเลย ธุรกิจมันเหมาะสม นี่แหละอาจเป็นสิ่งที่เราค้นหามาทั้งชีวิตของเรา บางคนจะบอกว่ามันเป็นเครือข่าย, มันเป็นต้องโช่, มันเป็นลูกโซ่, มันเป็นปิระมิด ต้องย้อนกลับไปถามตัวเองเลยว่า คำว่าเครือข่าย,ต้องโช่, ลูกโซ่มันคืออะไรจริงๆ ผมเคยย้ำตอนต้นๆแล้วว่า คำว่าเครือข่ายกับพีระมิดมันแตกต่างกัน พีระมิดผิดกฎหมาย แต่เครือข่ายถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญบริษัทที่เป็นพีระมิด, บริษัทที่เป็นลูกโซ่, ต้องโช่ที่ผิดกฎหมายล้มเหลวในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค แต่บริษัทเครือข่าย จะมีสินค้า มีการกระจายสินค้าสู่ผู้มิบริโภค และที่สำคัญสินค้าจะต้องเป็นประเภท สามารถซื้อซ้ำได้ ซื้อซ้ำได้อย่างไร ตัวอย่าง แฟ้บ สบู่ ของใช้ส่วนตัว ครีมอาบน้ำ ของใช้ส่วนตัวจำพวกนี่แหละ สินค้าที่มันเราใส่ไปแล้ว มันสามารถกลับมาซื้อซ้ำได้ ถ้าสมมุติว่าบริษัทเครื่อขาย ขายโต๊ะ, เก้าอี้, เป็นเฟอร์นิเจอร์, เป็นตู้เย็น, เป็นโทรทัศน์, เป็นเครื่องใส่ไฟฟ้า ถามว่าพวกนี้ได้เปล่า ในมุมมองของผม ผมอาจจะบอกว่ามันได้ แต่ว่า โต๊ะ, เก้าอี้ มีอายุการใช้งานนานมากกว่าจะพัง บริษัทก็คงเจ๋งแล้ว เห็นเปล่า คือตัวอย่าง พัดลม, ตู้เย็น จะกี่ปีจิ่งจะพัง กว่ามันจะใช้งานไม่ได้ กว่าที่จะกลับมาซื้อซ้ำ แสดงว่ากลุ่มลูกค้ามันแคบ แต่บริษัทเครือข่าย หลักๆก็จะเห็นกันในปัจจุบัน ส่วนมากก็จะมีสินค้ากลุ่มประเภท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, แล้วก็อีกกลุ่มนึงก็จะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใส่ส่วนตัว อันนี้จะมีมากเกือบว่าทุกบริษัทคล้ายๆกัน แล้วก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เด่นขึ้นมา บางบริษัทก็จะมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชาวกสิกร ส่วนมากก็จะอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอุปโภคบริโภค อันนี้จะเป็นบริษัทเครือข่าย บางบริษัทอาจจะเป็นบริษัทเครือข่าย แต่พอนานๆไปอาจมีโอกาสกลายเป็นบริษัทลูกโซ่ก็มี นี่คือหนึ่งรูปแบบที่เราต้องคอยระวัง อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเลยนะ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าบริษัทไหนเป็นบริษัทเครือข่ายจริงๆ บริษัทใดเป็นบริษัทลูกโซ่ มันขึ้นอยู่กับเรานี่แหละ เราจะไปศึกษาเรียนรู้ให้มาก เรายอมรับความเสืยงได้มากแค่ไหน บางบริษัทก็เป็นบริษัทลูกโซ่ บางบริษัทก็เป็นบริษัทเครือขาย แต่อผมยากจะบอกว่า อย่าลงทุนกับสิ่งที่เราไม่รู้ พราะถ้าเรามีความรู้หน่อย ความเสืยงก็จะสูง แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามเรามีความรู้มากความเสี่ยงเราก็จะน้อย นี่แหละเป็นสิ่งที่เราควรจะคิด เป็นสิ่งที่เราควรเตือนตัวเองอยู่เสมอ ผมจะพูดอยู่เป็นประจำ ถ้าอะไรที่เราทำแล้ว เราต้องคิดเสียว่ามันต้องได้แน่นอน ถ้าเราคิดจะลงทุน แต่ถ้าเรามีความคิดว่า ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีความคิดแบบนี้ เราไม่ควรจะลงทุน เราต้องคิดเสียว่า ถ้าเราเข้าไปในตลาดนี้ เราต้องวินเราต้องชนะอย่างเดียว เราต้องเป็นที่ 1 ถ้าไม่ได้ที่ 1 ก็ต้องเป็น Top 10, Top 5 ก็ได้ ในวงการนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นให้เราตัดสินใจเข้าไปร่วมเลย แต่ถ้าเราคิดว่าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อารมณ์นี้ ผมบอกว่า มึงล้มเหลวแต่ตอนมึงคิดแล้ว ขหนาดแค่คิดนะมึงยังไม่กล้าคิดเลย แล้วคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสฟลุ๊ก ผมขอบอกก่อนว่า ฟลุคมีโอกาสเป็นไปได้ครับ …..แต่ 99.9999999% คือเป็นไปไม่ได้ นั่นแสดงว่าโอกาสที่จะเป็นไปได้มีแค่ 0.00000001% คำว่าฟลุ๊ก ผมขอบอกก่อนเลยว่า ความสำเร็จทุกอย่างในโลกนี้ มันไม่มีคำว่าฟลุ๊ก มันเกิดมาจากความพยายาม และการลงมือทำ และที่สำคัญนั่นก็คือคำว่าอดทน ทุกความสำเร็จ มันต้องผ่านจุดนี้แหละ โมเดลในการทำงานของแต่ละคนก็จะคล้ายกัน ทำงานหาเงินช่วงระยะเวลาได้หนึ่ง สะสมเงินไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะตัวเองจะได้มีเงินก้อนนึง เพื่อเอามาใช้อย่างสะดวกสบายในตอนเกษียณ หรือว่าจนกว่าจะตายไปจากโลกนี้ การใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินจากสวัสดิการสังคม หรือจากระบบการประกันสังคมของรัฐบาล ท่านจะเห็นว่า นั่นมันไม่ใช่วิธีการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายเลย Don Failla บอกว่ามันไม่มีอะไรยุ่งยากเลยในชีวิตของคนเรา ถ้ากว่า เราได้อยู่บ้านที่เรารัก โดยที่ไม่ต้องมีค่าผ่อนบ้าน หรือการได้ขับรถคันโปรดโดยไม่มีค่าผ่อนรถ บัตรเครดิตทุกใบไม้มีค่าผ่อนสำระ แล้วที่สำคัญยังมีกระแสเงินสดไหลเข้าบัญชีทุกเดือน โดยประมาณ 200,000-300,000บาททุกเดือน นั่นหมายความว่าเราก็สามารถไปพักผ่อนที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ นั่นหมายถึงอะไร นั่นหมายถึงว่า ชีวิตของเรา ก็จะคล้ายๆกับเศรษฐีคนนึง หรืออาจจะมีชีวิตที่ดีกว่าเศรษฐีบางคนซะอีก อันนี้ไม่ใช่ชีวิตที่หาต้องการหรอ อันนี้ไม่ใช่ชีวิตที่เราอยากได้ อันนี้ก็เป็นชีวิตที่เราต้องการมาตลอดชีวิตเปล่า นี่เป็นคำถามที่ Don Failla ถามในหนังสือเหลมนี้ ทำให้เราเอะใจ Don Failla บอกว่า นี่แหละคือธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย แต่ทำไม คนมากกว่า 90% จริงควรอยู่ในตลาดนี, คนมากกว่า 90% จึงเหมาะสมที่จะเข้าร่วมโครงการ, คนมากกว่า 90% จึงเหมาะสมที่จะเปิดโอกาสให้กับตนเอง, คนมากกว่า 90% จึงเหมาะสมที่จะพาคนที่เขารู้จัก มารู้จักโอกาสนี้, ชีวิตที่เราต้องการแบบนั้น จากงานประจำเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถให้ไลฟ์สไตล์ตามที่เราต้องการได้ แต่ผมไม่ได้บอกว่างานประจำไม่ดีนะ งานประจำดี โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้าใครที่ทำงานประจำอยู่แล้ว ห้ามล่าออกจากการประจำเด็ดขาด จับงานประจำให้แน่น เพราะในปี ค.ส 2024 หรือ พ.ส 2567 นี้ ต้องบอกเลยว่ามันจะมีวิกฤตเศรษฐกิจทางการเงินครั้งใหญ่เลย ตามข่าวเศรษฐกิจโลกมันจะมีวิกฤตทางการเงินเกิดขึ้นอีก การงานยิ่งจะหายากขึ้นไปอีก ใครที่มีงานประจำอยู่แล้ว ให้จับงานประจำให้แน่น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โบนัสในปีที่ผ่านมาก็ตาม, ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะคงที่ก็ตาม, ห้ามย้ายงาน ถ้าหากว่ารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย เราก็ต้องห้ามออกจากงานประจำ แต่จำเป็นต้องเพิ่มรายได้ช่องทางที่2เข้ามา อาจจะเป็น ขายออนไลน์ก็ได้ครับ, หรืออาจจะเป็น เปิดตลาดก็ได้ สมมุติเราเลิกงาน เราไปขายของที่ตลาดก็ได้ หรืออาจจะเอาเป็นช่วงเช้า มาขายข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ได้ หรืออาจจะเป็น เสาร์-อาทิตย์ หาอาชีพเสริมก็ได้ หรือจะทำเหมือนผมก็ได้ เข้ามาร่วมการตลาดแบบก็ขายก็ได้ เห็นปะ มันมีหลายอาชีพ ที่มันสามาารถทำควบคู่กับงานประจำได้ ที่สำคัญอาชีพเสริมของเรา หรือรายได้จากช่องทางที่ 2 ช่องทางที่ 3 มันจะต้องไม่มีผลกระทบกับงานประจำ ต้องหาอาชีพแบบนี้ เพราะงานประจำมันดีอยู่แล้ว แต่เราจำเป็นจะต้องหาอาชีพเสริม เพราะว่างานประจำที่เราทำอยู่ รายได้มันไม่พอกับค่าใช่จ่าย เพราะว่ารายรับมันไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของเรา นี่แหละมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด Don Failla บอกว่าถ้าหากเราสามารถมีสายธารของรายได้ เขามาทุกเดือน เดือนละ 200.000 – 300.000 บาททุกเดือน นั่นหมายความว่าเราก็จะมีชีวิต และ ไลฟ์สไตล์คล้ายๆกับเศรษฐีคนนึง อาจจะไม่รวยจนหล่นฟ้า แต่ว่ามีไลฟ์สไตล์แบบนี้ได้แน่นอน ถ้าหากว่าช่วงบั้นปลายของชีวิตไม่มีหนี่ค่าบัตรเครดิต, ไม่มีหนี้ค่าผ่อนบ้าน, ไม่มีหนี้ค่าผ่อนรถ แล้วมีสายธารของรายได้เดือนละ 200,000 – 300,000บาททุกเดือน เราก็มีไลฟ์สไตล์เหมือนกับเศรษฐีแล้ว เราก็สามารถขับรถคันโปรด ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของเรา นี่แหละมันก็เป็นสิ่งที่ท่านต้องการใช่ไม่ แต่ Don Failla บอกว่าถ้าเราต้องการไลฟ์สไตล์แบบนี้ ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายท่านก็เหมาะสมที่จะเข้าร่วม เหมือนกันกับผม ผมเองก็เข้าร่วมกับบริษัท Successmore ชื่ง Successmore เองเป็นบริษัทแรกของประเทศไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย มีหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยชื่อว่า SCM เป็นบริษัทเครือข่ายเจ้าแรกของประเทศไทย ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทมหาชนปีนี้ก็เป็นปีที่ 11 แล้ว ถ้าเราต้องการไลฟ์สไตล์แบบนี้ มันก็เป็นไปได้ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย คือ Don Failla บอกว่าถ้าเราต้องการไลฟ์สไตล์ สายธารของรายได้ 200,000 – 300,000 บาททุกเดือน เข้ามาในบัญชีของเรามันไม่มีอาชีพอื่นเลยที่สามารถให้เราได้ ที่ไม่มีพันธะสัญญา ไม่มีข้อผูกมัด นอกจากธุรกิจเครือข่าย หรือว่าธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย นี่แหละคือไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการ ที่เราทนทำงานหนักทุกวัน วันละ 7-8 ชั่วโมง ไม่ใช่เพราะว่าเราต้องการรายได้แบบนี้ใช่ไหม ไม่ใช่เพราะว่าเราต้องการไลฟ์สไตล์แบบนี้ใช่ไหม เป็นสิ่งที่เราควรจะหยุดคิด ขึ้นชื่อคำว่าธุรกิจ มันไม่ง่ายนะทุกคน มันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของเรา เพราะว่าเราหนึ่งคนก็มีสองมือสองเท้าเหมือนกัน แล้วคนที่เขาทำได้ เขาก็ไม่ใช่อัจฉริยะ ทีมี 3มือ 3เท้า นั่นแสดงว่าถ้าคนธรรมดาทำได้เราก็ทำได้ Don Failla บอกว่า สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการรายได้ 200,000 – 300,000บาททุกเดือนเข้ามาในบัญชี อย่างน้อยจะต้องมีเงินฝากในธนาคาร72ล้านบาท นี่เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ ที่มีดอกเบี้ย 5%ต่อปี แต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันมันทำไม่ได้ดอกเบี้ย5% ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ดอกเบี้ยยิ่งลดลงลดลง แต่สำหรับคนที่เข้าร่วมธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย รายได้ไม่มีขีดจำกัด เพราะว่าอะไร เพราะว่าเราไม่ได้ทำงานคนเดียว เราแค่สร้างเครือข่ายผู้บริโภค ตัวอย่างผมเองก็ได้ วันนี้ผมมีทีมงานทางฝั่งลาว, ฝั่งไทย, อีกจำนวนหนึ่งก็อยู่ประเทศฟิลิปปิน และประเทศยูกันดา(แอฟริกา) นั่นหมายความว่า ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ ถ้ายูกันดาสั่งสินค้าอีกซีกหนึ่งของโลก ผมอยู่ประเทศลาว ผมก็ยังมีรายได้ นั่นหมายถึงว่าเรากำลังมีเครือข่ายอยู่ที่ต่างประเทศ เราแค่สร้างเครือข่ายผู้บริโภค เราสามารถทำได้ แต่เราต้องใส่เครื่องมือให้เป็น เราจึงจะสามารถทำได้ แต่สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องหาเครื่องมือที่เป็นพาหนะของเราให้เจอก่อน หาบริษัทที่เราต้องการเข้าร่วมให้เจอก่อน บริษัทไหนที่เราสามารถฝากชีวิตได้ บริษัทไหนที่สามารถเป็นที่พึ่งของเราได้ เราต้องหาให้เจอพาหนะนั้น ถ้าหากว่าเราเลือกบริษัทไม่ถูก อาจจะเป็นบริษัทที่เป็นต้องโส้ ลูกโซ่ หรือบริษัทพีระมิดก็ได้ นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุดเลย เราจะต้องไปหาให้เจอ ว่าบริษัทที่เราต้องการเข้าร่วม เป็นบริษัทประเภทไหน คือสำหรับธุรกิจเครือข่ายรายได้มันไม่มีขีดจำกัดจริงๆนั่นแหละ แต่สำหรับผมนะในเมื่อก่อน ผมไม่เคยเชื่อคำว่า ขยันผิดที่10ปีก็ไม่รวย ผมไม่เคยเชื่อคำนี้เลย จนกระทั่งผมได้รู้จักกับธุรกิจ ธุรกิจที่ไม่ใช่ซัคเซสมอร์นะ ธุรกิจที่เมื่อก่อน ไม่ใช่เมื่อก่อนดิ ปัจจุบันก็ยังดำเนินการอยู่ แต่ตอนนี้ผมทำเป็นพาสทาม จนกระทั่งผมมาทำธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นทั้งนายจ้างตัวเอง, เป็นลูกจ้าง, คือผู้บริหาร, การตลาด, พนักงานมันอยู่ที่เราทั้งหมดเลย แต่เผอิญเรามีเวลาจำกัด มีเวลาจำกัดในการทำงาน คนหนึ่งคนที่เป็นนายจ้างตัวเอง หรือเป็นลูกจ้าง หรืออาจจะเป็นฟรีแลนซ์ หนึ่งวันก็มีเวลาแค่นั้นแหละ ไม่เกินวันละ 24 ชั่วโมง มันก็ได้แค่นั้น เพราะเราแค่หนึ่งคน แต่ในธุรกิจเครือข่าย หรือธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือ MLM นี่แหละ มันไม่ใช่แค่คนเดียว หนึ่งคนหมายถึงหนึ่งสาขา ที่ผมจะพูดเป็นประจำก็คือ ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ถ้าเทียบกันแบบง่ายๆก็คือธุรกิจแฟรนไซส์ขนาดย่อส่วน ถ้าพูดถึงแฟรนไชส์เราอาจยังมองไม่เห็นภาพ เทียบเลยธุรกิจเกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น” ร้านกาแฟอเมซอนตามปั๊มน้ำมัน นี่แหละคือแฟรนไซส์ที่ทุกคนมองเห็นภาพ แต่ว่ามันเป็นเฟรนด์สายขนาดใหญ่ มันต้องใช้เงินเป็นหลักล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นอเมซอนหรือเซเว่นขออนุญาตเอ่ยนาม มันจำเป็นจะต้องมีเงินจำนวนมาก มันจะต้องมีเงินค่าบริหาร, ค่าจัดการ, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าพนักงาน, ค่าสต๊อกคิด ค่าดสต๊อกก็คือต้องมีเงินวางมัดจำ ซึ่งรายละเอียดยังมีอีกมาก ยังมีค่าบริหาร, ค่าเช่าพื้นที่, กว่าที่จะมีรายได้แบบนั้นขึ้นมา และที่สำคัญยังมีข้อผูกมัดกับเจ้าของแฟรนไชส์อีก แต่เครือข่ายเครือข่ายก็มีข้อผูกมัด หรือธุรกิจที่เป็น MLM ก็มีข้อผูกมัดเหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่มันดีกว่าก็คือ เราไม่จำเป็นต้องไปเช่าสถานที่, ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าพนักงาน,, ไม่มีค่าเช่า ไม่มีค่าน้ำ, ค่าไฟ นี่คือข้อดีของมัน และที่สำคัญเราสามารถขยาย เขาเรียกว่าหนึ่งโมเดล หนึ่งรหัสเรา หนึ่งไอดีหรือว่าหนึ่งเฟรนไซต์ของเรานี่แหละ เราสามารถขยายลิขสิทธิ์ผู้นำ หรือว่าลิขสิทธิ์ของแฟรนไซส์ได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าเป็นอเมซอนหรือเซเว่น ถ้าเราต้องการขยายสาขา เราจะต้องกลับไปซื้อเฟรนไซส์อีก เราจะต้องไปซื้อแฟรนไชส์เพื่อขยายสาขาที่2 ขยายสาขาที่3 และสาขาต่อๆไป แต่สำหรับเครือข่ายหรือ MLM เราสามารถขยายได้ไม่จำกัดจำนวนเท่าที่เรามีกำลังในการขยาย ต้องบอกก่อนเลยว่า มันต่างกันมากเลยทีเดียว ผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า ในตอนนี้ถ้าใครยังไม่ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือยังไม่เริ่มต้นศึกษา ตอนนี้ยังมีโอกาสทันอยู่ ต้องรีบเข้ามาศึกษาเลย เพราะว่าโค้ชทางด้านการเงินทุกคนในโลกนี้ ลองไปค้นหาข้อมูลของพวกเขาดูก็ได้ ทุกคนก็แล้วแต่บอกว่า “ธุรกิจเครือข่าย เป็นโมเดลการตลาดที่ดีที่สุดในโลก” แล้วทำไมจึงมีคนโกหกหลอกลวง โกงเงินกัน มีธุรกิจที่ต้องโซเป็นพีระมิด นั้นก็เพราะว่าคนเหล่านั้นเห็นชองว่าง เห็นโอกาสในธุรกิจเครือข่าย พวกเขาจึงเอาโอกาสของธุรกิจเครือข่ายนี่ มาหาผลประโยชน์ มีแค่2อย่างที่เป็นเหตุผล ที่คนเหล่านั้นโดนหลอกเงินไป จากธุรกิจเหล่านี้ 1 ความโลภ 2 รู้แล้วแต่ก็ยังทำ เพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองรู้ดี คิดจะเข้าไปกอบโกยเอาเงินแล้วออกมา ผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า ถ้าใครคิดจะเข้าไปในธุรกิจที่เป็นลูกโซ่หรือพีระมิด เราไม่มีวันชนะหรอก เราอาจจะได้แค่ช่วงแรกๆ ถ้าตราบใดเรายังมีความโลภเราก็จะไม่มีวันชนะ แต่สำหรับเครือข่าย ถ้าเป็นคนของเครือข่ายจริงๆ หรือคนที่เป็น MLM จริงๆจะบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “ในนธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ไม่มีคนล้มเหลวมีแต่คนล้มเลิก” เพราะอะไร เราทำเพียงแค่นี้ 1.ลงมือทำแบบจริงจัง,แบบบ้าคลั่ง 2.มีความอดทน 3.รอคอยเวลาความสำเร็จให้ได้ มีแค่สามอย่างนี้เราก็สามารถเข้าร่วมธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายได้แล้ว ส่วนต้นทุนในธุรกิจนี้มันไม่ได้ลงทุนเป็นหลักหมื่น, หลักแสนบาท, หลักล้านบาท มันไม่มี ถ้าเป็นธุรกิจขายจริงๆ ส่วนมากก็จะเป็นหลักหมื่นต้นๆ หลักหมื่นต้นต้นจริงๆ เพราะสินค้าในกลุ่มนี้ ที่เป็นบริษัทเครือข่ายจริงๆ ส่วนมากก็จะเป็นในกลุ่มประเภท อุปโภคบริโภค อาจจะเป็นของใช้ส่วนตัว ที่ผมพูดก่อนหน้านี้ ต่อไปก็จะเป็นพวกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อันนี้จะเป็นเครือข่ายจริงๆ ถ้าสมมุติว่าเป็นบริษัทเครือข่าย ขายตู้เย็น ขายจานดาวเทียม ขายอะไรอีก เครืองใช่ไฟฟ้า มันไม่สามารถเป็นเครือข่ายได้ เพราะว่ากว่าที่อุปกรณ์เหล่านั้นมันจะพังหรือชำรุด มันใช้เวลาลายปี สมมติว่าซื้อโต๊ะไปหนึ่งหน่วยกว่ามันจะพังต้องใช้เวลาหลาย 10ปี บริษัทก็ค่งเจ้งก่อนล่ะ กว่าจะได้ขายชิ้นที่สอง ชิ้นที่สาม เพราะนี่แหละเป็นสิ่งที่เราควรคิด Don Failla บอกว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีรายได้แบบ Passive Income เข้ามาในบัญชีทุกเดือน เดือนละ 300,000บาท ถ้าไม่ใช้เครือข่าย เราต้องมีเงินอย่างน้อย 72 ล้านบาทฝากในบัญชีธนาคาร เพื่อกินดอกเบี้ย ตัวอย่างว่าดอกเบี้ย 5% เราก็จะสามารถมีรายได้แบบ มีรายได้ 3แสนบาททุกเดือน แต่ประเด็นมีอยู่ว่า เรามีไม่เงิน 72ล้านบาท เพื่อไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย 5% แล้วจะมีรายได้ 3แสนบาททุกเดือน เราไม่มี แต่ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสามารถให้ไลฟ์สไตล์แบบนั้นได้ ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายเป็นธุรกิจที่สามารถหยุดได้แต่รายได้ไม่หยุด ถูกต้องเลย เพราะอะไร ผมจะขอตัวอย่างเล่าเรื่องนึงให้ฟัง ก็คือสมมุติว่า เราทำธุรกิจ ขยายการตลาด สมมุติว่า ขยายอยู่ที่ประเทศไทย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศเมียนมาร์, ประเทศลาว, เอาแค่โซนนี้ก็ได้ โซนเออีซีนี่ก็ได้ แล้วคนใต้องค์กรของเรา สมมุติว่าอยู่ประเทศลาว มีรายได้ทุกเดือน เอาแบบกระจอก เดือนละแสน สองแสนบาททุกเดือน แล้วสมมุติว่ามีที่มงานอยู่ประเทศไทย แล้วที่มงานบอกให้ผมอยู่ประเทศลาว หยุดทำ ถามว่าผมจะหยุดไม่ ผมก็ไม่หยุดครับ ที่มงานคนที่เป็นอัพไลน์ คนที่อยู่ในองค์กร เค้าก็จะมีรายได้ทุกเดือน เห็นป้ะ เค้าสามารถหยุดได้ แต่รายได้ยังเป็นสายธาร ยังรับรายได้อยู่ดี มีรายได้เข้าบัญชีเป็นประจำ เป็นสิ่งที่เราควรตระหนักถึง โดยเฉพาะในยุคนี้เงินทองเป็นของหายาก Don Failla บอกว่าถ้ามีเงิน 72ล้านบาทนะครับ เอาไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย 5% เราก็มีโอกาสจะได้ได้เดือนละ 3แสนบาททุกเดือน แต่ปัจจุบันต้องบอกก่อนเลยว่า ในปัจจุบันนี้ดอกเบี้ยไม่ถึง 5%แน่นอน มันจะต่ำกว่านั้นอีก และแต่ละธนาคารก็จะให้ดอกเบี้ยแตกต่างกัน เห็นป้ะ สมุทรว่าตอนนี้เราอายุเท่าไร แล้วเราจะไปเกษียณตอนอายุ 60ปี ตัวอย่าง:ตอนนี้ผมเองอายุ 30ปี และจะไปเกษียณตอนอายุ 60ปี แล้วว่างแผนของตัวเอง ต้องตายตอนอายุ 80 ปี นั่นแสดงว่ายังมีเวลาหาเงิน ถ้าไปเกษียณตอน 60ปี มีเวลาหาเงินอยู่ที่ 30ปี จินตนาการร่วมกันก่อน ทรวงอายุ 60ปี – 80ปี นี่ก็คือ 20ปี เราต้องการรายได้ที่จะจ่ายเดือนละเท่าไหร่ สมมุติว่าเราต้องการค่าใช้จ่ายเดือนละ 10.000บาท เอา 10.000บาทก็แล้วกันมันเป็นตัวเลขที่จะคำนวณง่าย ทร่วงนเวลา 60ปี – 80ปี เท่ากับ20ปี เดือนละ 10.000บาท 1ปีก็ 120.000บาท เอา 120.000×20ปีเข้าไปก็คือเป็น 2.400.000บาท อันนี้ก็คือ 2.400.000 บาท เป็นเลขตัวตั้ง แล้วณ ปัจจุบัน เราอายุ 30ปี เราจะไปเกษียณตอนอายุ 60ปี แสดงว่ามีเวลาในการทำงานอยู่ที่ 30ปี ประเด็นก็คือเราจะเก็บเดือนเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้เงิน 2.400.000 บาทภายใน 30ปี เพื่อไปเกษียณตอนอายุ 60ปีแล้วมีค่าใช้จ่ายมีเงินจ่ายเดือนละ 10.000บาท เห็นปะ นี่แหละเป็นสิ่งที่ต้องหยุดคิดแล้วนะ เป็นสิ่งที่ต้องหยุดคิดว่า เราจะทำยังไง แล้วต้องย้อนมาดูงานประจำที่เราทำอยู่ณปัจจุบัน มันให้ไลฟ์สไตล์แบบนั้นได้ปะ ประเด็นคือเราเก็บเงินเดือนละหมื่นได้ปะ เดือนละแปดพันได้ปะ ถ้าเราเก็บได้ต้องบอกเลยว่าสุดยอด คุณคือคนที่สุดยอดถ้าเก็บได้เดือนละหมื่นเดือนละแปดพัน แต่ต้องมาดูก่อนว่ารายรับของเรามีเท่าไหร่ สมมุติว่ารายรับเดือนละ 50.000บาท เก็บเดือนละหมื่นก็ยังกระจอก เพราะว่า วิธีการคำนวณ การเก็บเงิน เราจะต้องเอา รายรับ – เงินออม – ค่าใช้จ่าย ลบเงินออมก่อนแล้วจะมาเป็นค่าใช้จ่ายแต่อันนี้ก็คือสมการในเมื่อก่อน แต่ปัจจุบัน ทำแบบนี้ไม่ได้ผล “เราต้องเอารายรับ – เงินออม – ลบเงินลงทุน จึงมาเป็นค่าใช้จ่าย จึงจะอยู่ได้” เพราะอะไรถ้าเอาเงินอ้อมอย่างเดียว เงินเฟอร์ ไม่ทันการ ถ้าเทืยบใส่กับประเทศลาว ในปีนี่ เงินเฟอร์คือแบบสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาว ไม่เคยมีมาก่อนเลย จากเมื่อก่อนเลย ก๋วยเตี๋ยวก็คือจะเป็นประมาณ นึงชามสิบห้าพันกีบ ชาวพันกีบ ปัจจุบันนี้หากินไม่ได้แล้วอยู่ลาว อย่างต่ำๆก็ต้องก็สามหมื่นกีบ สามสิบพันกีบ บางที่ก็ห้าหมื่นกีบ เงินเฟ้อที่สุดในประเทศลาว ถ้าเอาเงินเก็บออมอย่างเดียว ไม่ทันการ ผมจึงบอกว่าสมการแบบใหม่ เราจำเป็นจะต้องมีรายรับ รายรับ – เงินเก็บ เงินเก็บจำเป็นจะต้องมีนะ เพื่อเอาไว้ใส่จ่ายในยามฉุกเฉินแล้วก็ลบเงินลงทุนจึงเป็นค่าใช้จ่าย แต่เผอิญสมการของคนหมู่มากเป็นแบบนี้ รายรับ – หนี้สิน = ค่าใช้จ่าย แล้วคิดว่าเงินจะเหลือ แล้วจะไปเก็บออม แต่ในความเป็นจริง เงินมันไม่เคยเหลือ ถ้าใครอยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเงิน แบบละเอียด ผมเชื่อว่ามีหลายๆช่อง มีหลายๆชาแนลที่ให้เราสามารถไปศึกษาได้ หรือถ้าใครไม่รู้จะไปศึกษาจากที่ไหน แนะนำเป็นหนังสือ ซีรี่ย์ที่เป็นปกสีม่วง ของโรเบิร์ตคิโยซากิ เหมาะสมที่สุด ถ้าเป็นประเทศไทยนะ เป็นโค้ดที่ผมได้ติดตามเกี่ยวกับการเงินก็จะต้องเป็น เดอร์มันนี่โค้ด ผมก็เป็นสาวกของโค้ชหนุ่มอีกคนนึงที่ติดตามโค้ชหนุ่มมาปีนี้ก็เกือบปีที่เก้าปีที่สิบละ ก็ได้ความคิดเกี่ยวกับการเงิน มาจากโค้ชหนุ่มเหมือนกัน ต้องบอกว่าเป็นโค้ชระดับต้นๆของประเทศไทยที่เกี่ยวกับการเงิน มันก็มีหลายๆช่องทาง ที่เราสามารถไปศึกษาเรื่องนี้ได้ ซึ่งมันก็จะมีช่องอื่น แชนเนลอื่นที่ให้ข้อมูลละเอียดกว่าผมอีก เราก็ลองไปศึกษาดู ถ้าเราต้องการรายได้ แบบ Passive Income คือที่เราบอกก่อนหน้าเมื่อกี้นี้ สมมุติเราต้องการรายได้เดือนละ 3แสนบาททุกเดือน เราต้องมีเงิน อยู่ในธนาคารอย่างน้อย 72ล้านบาท เราจะมีรายได้แบบ Passive Income เดือนละสามแสน ย้ำดอกเบี้ยต้อง 5% เขาจะมีรายได้แบบนั้น แต่ Don Failla บอกว่า ถ้าเรามีแค่ครึ่งเดียว ครึ่งเดียวก็คือ 36ล้าน 36ล้านบาทเราจะมีรายได้เกิดมาจากดอกเบ้ยต่อเดือนก็คือจะประมาณ 150.000บาทต่อเดือน ประเด็นก็คือว่าเรารู้จักใครบ้างที่มีเงินสะสม 36ล้านบาท เพื่อที่จะมีรายได้แบบ Passive Income เดือนละ 150.000บาท เรารู้จักใครบ้างนี่แหละคือประเด็นสำคัญ หรือว่าเรารู้จักใครบ้างที่มีรายได้ มีเงินสะสม 72ล้านบาท ก่อนที่พวกเขาจะเกษียณนะครับ นี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะต้องคิด มีใครบ้างที่เรารู้จัก เราไม่รู้จักใครเลย คนรอบตัวเรามีใครบ้างทีมีรายได้ 36ล้าน มีเงินเก็บก่อนเกษียณ 36ล้านหรือมีเงินเก็บก่อนเกษียณ 72ล้าน เพื่อที่จะมีรายได้แบบ Passive Income ก่อนเกษียณ 150.000 – 300.000บาทต่อเดือน Don Failla บอกว่าคนๆหนึ่งในการตลาดแบบเครือข่าย สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้มากกว่าดอกเบี้ย ก็คือ 150.000 – 300.000บาทได้ต่อเดือนนั่นเอง ซึ่งในช่วงเวลาที่เหมาะสมเลยก็คือช่วงเวลา 2- 5 ปี บางคนจะบอกว่า ต้องใช้เวลา 2-5ปีเลยเหรอ จริงจะมีรายได้แบบนั้น แต่ย้อนถามกับตัวเองว่า ที่เราทำงานประจำ บางคนก็สิบปี บางคนก็ยี่สิบปี ถามว่าเขามีรายได้ ถืงหลักแสนบาทต่อเดือนไม่? บางคนก็จะมีถืงแสนบาทก็มี บางคนก็เจ็ดหมื่น แปดหมื่นก็มี จากงารประจำ แต่ Don Failla บอกว่า ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสามารถให้ได้ ถ้าใช้เวลา 2-5ปี อาจจะมีรายได้ก็คือ ย้ำอาจจะมีรายได้ 150.000 – 300.000บาทต่อเดือน ภายในช่วงเวลา 2-5ปีนี้สามารถเป็นไปได้นะครับ ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็จะสามารถจ่ายให้กับเราได้ แบบเดียวกันกับที่เรามีเงินในธนาคารซึ่งมีดอกเบี้ย 5% แต่ต้องมีเงิน 72ล้านบาท ในบัญชีธนาคารที่จะสามารถได้แบบนั้น แต่ในประเด็นก็คือเรามีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร 36ล้าน เพื่อที่จะมีรายได้จากดอกเบี้ยบ 150.000บาททุกเดือน เราไม่รู้จักใครเลยที่มีเงินฝากไว้ในธนาคาร 72ล้านบาท เพื่อต้องการดอกเบี้ยทุกเดือน เดือนละ 300.000บาท เราไม่รู้จักใครเลย แต่ในทีนี้ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หรือว่าใน MLM นีแหละสามารถให้เราได้ รายได้เฉลี่ยโดยประมาณก็คือ 150.000 – 300.000บาทต่อเดือน แต่ต้องแลกกับเวลาอย่างน้อย 2-5ปี ทุกคนอาจจะบอกว่ามันนานเกินไปหรือเปล่า 2-5ปี สำหรับผมนะ ผมจะบอกว่า ผมทำงานประจำมาเกือบ10ปี รายได้เท่าที่เป็นเงินกีบลาว ผมเคยได้สูงสุดเลย คือไม่เกินสามหมื่นบาท อันนี้สำหรับผม ผมไม่ได้เทียบกับคนอื่น เป็นรายได้จากงานประจำ เคยได้สูงสุดไม่เกินสามหมื่นบาท ถ้าเทียบใส่กับเงินกีบลาว สามหมื่นบาทก็ประมาณ 18 ล้านกีบ อันนี้ก็คือไม่มากกว่านั่นเท่าที่ผมได้ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างไร อันนี้จะเป็นรายได้จากงานประจำ ผมมาย้อนดูกับตัวเอง ไม่ได้ม่องคนอื่นเลย ม่องแค่ตัวเองเลย งานประจำมันให้ได้แค่นี้จริงๆ แต่ผมไม่ได้บอกว่างานประจำไม่ดีนะครับ ผมก็บอกแต่ตอนต้นว่า ถ้าใครมีงานประจำอยู่แล้ว ให้จับงานประจำให้แน่น อย่าลาออกเลย เพราะว่างานในอนาคตยิ่งหายาก โดยเฉพาะปี พ.ศ 2567 นี่แหละ จะมีวิกฤตทางการเงินครังใหญ่ เหมือนกับช่วงปีที่ผ่านมาที่มีวิกฤตโควิด แต่อันนี้จะเป็นวิกฤตทางการเงิน ใครที่มีงานประจำอยู่แล้ว ในปีที่ผ่านมาไม่มีโบนัสหรือว่า ค่าใช้จ่ายหรือว่าค่าแรงนั่นแหละไม่เพิ่มขึ้น ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจ ให้จับงานประจำให้แน่น แต่ต้องเพิ่มรายได้ช่องทางที่สอง ช่องทางที่สามเข้าไป ตามเวลาที่เราสามารถบริหารได้ ตามความเหมาะสม ถึงจะสามารถอยู่ได้ ผมไม่ได้บอกว่างานประจำไม่ดี งานประจำดี แต่มันไม่สามารถให้ไลฟ์สไตล์ตามที่เราต้องการในยามเกษียณได้ อันนี้ต้องบอกก่อนเลยว่างานประจำดี คือในตัวอย่าง ในตัวอย่างนี้ Don Failla ถามว่า ท่านรู้จักใครบ้างที่มีเงินเก็บ 1,440,000บาท ภายในเวลา 3เดือน ช่วง 3เดือนแรกท่านอาจจะมีรายได้จากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย แบบ Passive Income โดยประมาณ 6000บาทต่อเดือน แต่ Don Failla บอกว่าโดยปกติทั่วไป ถ้าจะต้องมีรายได้ 6000บาทต่อเดือน แบบ Passive Income ถ้ามีเงินในบัญชีธนาคาร ดอกเบี้ย 5% จะต้องมีอย่างน้อยก็คื 1.440.000บาท เราจึงจะมีรายได้ 6.000บาทต่อเดือนภายในเวลา 3เดือน เรารู้จักใครบ้าง ที่มีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร มากขนาดนั้น แต่ว่าในธุรกิจเครื่อข่ายสามารถให้เราได้ Don Failla ยังถามอีกว่า คุณรู้จักใครบ้างที่สามารถเก็บเงินได้ ตั้งแต่ 100.000 – 200.000บาทต่อเดือน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า ไม่รู้จัก คนที่สามารภทำแบบนั้นได้ ซึ่ง Don Failla บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากเลย ถ้าเราสามารถพูดคุยกับคนทางออนไลน์ได้ บางครั้งอาจจะให้พวกเขาอ่านหนังสือ Own your life ของ Don Failla ก็ได้ เพื่อที่จะสามารถสร้างรายได้เกือบ 6.000บาทต่อเดือนในช่วง 3เดือนแรก ในธุรกิจเครือข่าย เราเรืยกว่าผู้อุปถัมภ์ หรือว่าอัพไลน์ ให้อัพไลน์เราเป็นคนพูดแท่นก็ได้ หรืออาจจะพูดคุยร่วมกันสามคน ผ่านทางแพลตฟอร์มต่างๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง ติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ หรือว่าทางไลน์ก็ได้เหมือนกัน หรืออีกหลายๆแพลตฟอร์ม ที่เราสามารถประชุมกันทางออนไลน์ได้ เราก็สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ผมก็เชื่อว่าทุกคนสามารถอุปถัมภ์ หรือว่าเชิญชวนหมู่เพื่อนของพวกเขามาเปีดโอกาสทำธุรกิจ อย่างน้อยเดือนละหนึ่งคนได้แน่นอนนะครับ Don Failla บอกว่าสิ่งที่สำคัญให้เราสังเกตว่า ถ้าท่านเพียงแค่อุปถัมภ์คนหนึ่งคนต่อเดือนนะครับ และสอนพวกเขา ให้เป็นแบบเดียวกับท่านก็ได้ ให้รู้จักแบบท่านนั่นแหละ ท่านก็จะมีลักษณะที่ว่า เดือนที่ 1 ท่านก็จะมีคนเข้ามาในโครงการ 2คน เดือนที่2 ท่านก็จะมีคนเข้ามาในโครงการ 4คน และเดือนที่3 ท่านก็จะมีคนเข้ามาในโครงการ 8คน จนมาถืงเดือนที่12 เราจะมีคนเกิดขึ้นในองค์กร ก็คืออย่างน้อย 4พันคนแน่นอน เพราะว่าหลักการในการคิด คือทวีคูณขื้นไปเรื่อยๆ เดือนที่หนึ่งสองคน, เดือนที่สองสี่คน, เดือนที่สามแปคน, เดือนที่สี่สิบหกคน, เดือนที่ห้าสามสิบสองคน, และเดือนที่หกหกสิบสี่คน, เดือนที่เจ็ด 128คน, เดือนที่แปด 256คน, เดือนที่เก้า 512คน, เดือนที่สิบ 1024คน, เดือนที่สิบเอ็ด 2048คน, และเดือนสุดท้ายก็คือเดือน12 อาจจะมีคนเกีดขื้นในองค์กร ก็คือ 4096คน อันนี้แค่เดือนละหนึ่งคน ภายในหนึ่งปีเราก็จะมีคนเกิดขึ้นในองค์กรอย่างน้อย 4พันคน ถามว่าตัวเลขนี้มันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริง แค่หนึ่งคนต่อเดือน มันเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้ ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย สี่พันคนนี้หมายถึงอะไร หมายถึงผู้จำหน่าย หรือว่า หมายถึงแฟรนไชส์ของเรา เหมือนที่ผมบอกในต้อนต้นแล้วว่า ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย คือธุรกิจแฟรนไซส์แบบย่อส่วน ภายในหนึ่งปีเราสามารถมีแฟรนไซส์เกิดขึ้นในองค์กรก็คืออย่างน้อย 4พันคน แค่เดือนละหนึ่งคน ซึ่งวิธีการต้องทำอย่างไร เดี๋ยวผมจะไปย้อยในต้อนหน้า ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อที่จะให้มีองค์กรเกิดขึ้นแบบนี้ได้ อันนี้ให้เราจินตนาการรวมกันว่า มันเป็นไปได้ แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร Don Failla บอกว่าถ้ามีองค์กรเกิดขึ้นแบบนี้ ภายในสิบสองเดือน มันจะเกิดอะไรขื้นกับท่าน ท่านจะเป็นแบบนี้ ในปีต่อไป ในครั้งต่อไปและส่วนคนของท่านให้ทำแบบเดียวกัน และท่านก็จะมีอิสรภาพทางด้านการเงินนะครับ ก่อนที่จะสิ้นสุดปีที่ 12 และมีคนที่อยากเกษียณในสิบสองปี หนึ่งคนต่อเดือน จะทำให้ท่านมีอิสรภาพทางการเงินได้ ภายในหนึ่งปีนั่นเอง อันนี้คือมันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายนั่นเอง ซึ่ง Don Failla บอกว่าการตลาดแบบเครือข่าย มันไม่ใช่เพียงแค่เกมที่ใช่บวกลบคูณหาร แต่มันเป็นตัวเลขเปรียบเทียบ ขึ้นกับนักขายคนนึง ที่ออกไปทำงานให้กับผู้จัดการฝ่ายขายการตลาดเครือข่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการขายนั่นเอง หรือจะพูดง่ายๆก็คือ เมื่อเราเลือกอุปถัมภ์คนเข้ามาในองค์กร เราจะต้องเป็นคนเลือกว่า คนประเภทไหนที่ควรจะเป็นคนในองค์กรของเรา คนที่จะเอามาซ่วยในการพัฒนาองค์กรของเรา ไม่ใช่ว่าเอามาเป็นภาระ เขาต้องมาซ่วยกันพัฒนา มันจึงจะสามารถเป็นไปได้ หรือว่าคนที่เราสามารถไปแบ่งปันเขา ให้เขาสามารถสอนคนอื่นต่อได้ เราจึงจะเอาเข้ามาในองค์กรของเราได้ สิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายก็คือ: “1.ต้องหาเพื่อนใหม่ ถ้าหากว่าเราไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน, 2.ไปพบปะกับเพื่อนใหม่ๆ ของคนที่เราอุปถัมภ์เข้ามานั่นเอง” มีแค่สองอย่างนี่ก็คือจบละ ซึ่ง Don Failla บอกว่า ขอให้เราลองคิด, วิเคาะดูว่า มีรูปแบบการทำธุรกิจแบบไหนที่ง่ายกว่า ธุรกิจการตลาดแบบเครือขาย หรือว่าธุรกิจการตลาดแบบลายชั่น ที่ทำให้มีความสุข มีอิสระแบบคล้ายๆกัน Don Failla ถามว่า ท่านรู้ไม่ว่าท่านจะต้องมีรายได้เท่าไหร่ ที่จะเอาไว้มาใช้ในตอนที่เราเกษียณ เอามาใช้เพื่อกินดอกเบียร์ในตอนที่เราเกษียณนั่นเอง เพื่อที่เราจะได้เป็นเจ้าของชีวิตของเราเอง นั่นหมายความว่าอะไร นั่นหมายความว่าท่านจะสามารถทำสิ่งต่างๆ อยู่ที่ใดก็ได้ ตามที่ท่านต้องการ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลกับรายจ่ายนั่นเอง ชื่ง Don Failla บอกว่าท่านจำเป็นจะต้องมีรายได้จากเงินฝากธนาคาร เพื่อจะเป็นดอกเบี้ยเอาไว้มาใช่ในยามเกษียณ เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตอิสระตามที่เราต้องการ เรารู้หรือไม่ว่า เราต้องมีรายได้เท่าไหร่ อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราจะต้องครุ่นคิด ณปัจจุบันเราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะมีค่าใช้จ่ายแบบนั้น เพื่อที่จะมีรายได้แบบนั้น ซึ่งในที่นี้อาจจะเป็นเปอร์เซ็นต์จากสถาบันการเงิน ที่จะจ่ายให้ หรือว่าจำนวนเงิน ที่จำเป็นที่จะต้องลงทุน เพื่อที่จะเป็นรายได้ต่อเดือน ถ้าท่านต้องการมีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ ให้เราลองคำนวณดูว่า ตอนเกษียณจะต้องมีเท่าไหร่ แล้วอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันจากสถาบันการเงิน จ่ายให้เราเท่าไหร่ เป็นสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องรู้ เราจะต้องมีเงินจำนวนเท่าไหร่ไปฝากธนาคาร เพื่อที่เราจะเอาไว้ใช้ตอนเกษียณ นี่แหละคือประเด็นสำคัญที่สุดแล้ว ถ้าจะต้องมีรายได้ แบบที่เราพูดในต้อนแรก สมมุติว่าเราต้องการรายได้ ค่าใช้จ่ายในตอนเกษียณ เดือนละ 3แสนบาท ทุกเดือน จากเงินฝากธนาคาร ดอกเบียร์ 5%นะครับ เราจะต้องมีเงินฝากอย่างน้อยในธนาคาร 72ล้านบาท แต่ถ้าต้องการใช้จ่ายเงินเดือนละ 150.000บาททุกเดือน และมีดอกเบี้ย 5% จากธนาคาร เราจะต้องมีเงินฝากอย่างน้อย 36ล้านบาท สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย เราจำเป็นจะต้องรู้ว่า เงินที่เราต้องการใช้ต่อเดือนเท่าใด แล้วจำเป็นจะต้องรู้ว่า เงินฝากในธนาคารของเราจำเป็นจะต้องมีเท่าไหร่ เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตอิสระ และ ไลฟ์สไตล์ตามที่เราต้องการได้ โดยที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องของรายจ่าย โดยที่เราต้องกังวลเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ นี่แหละเป็นสิ่งที่เราควรจะศึกษาแบบละเอียด ก่อนที่เราจะเกษียณ ซึ่งธุรกิจข้างนอก หรืองานประจำ ไม่สามารถให้ไลฟ์สไตล์ตามที่รับประการได้ แต่ผมก็ยังย้ำอยู่ดีว่า งานประจำคือสิ่งที่ดี ใครที่มีงานประจำอยู่แล้ว ไม่ควรออกจากงานประจำ ควรทำต่อไป แต่จำเป็นจะต้องเพิ่มช่องทางในการเพิ่มรายได้ ช่องทางที่สอง ช่องทางที่สาม ตามความสามารถของเรานะครับ หรือถ้าเราต้องการไลฟ์สไตล์แบบติดจรวด ภายในช่วงเวลา 2-5ปี แล้วมีรายได้เข้าบัญชีโดยประมาณ 150,000 – 300,000บาทต่อเดือน ธุรกิจเครือข่ายก็เหมาะสำหรับท่านนะครับ เพราะว่าธุรกิจเครือข่ายสามารถให้ไลฟ์สไตล์แบบนั้นได้นั่นเอง ใครมีงานประจำอยู่แล้ว จับงานประจำให้แน่น ให้มั่นคง แล้วก็หาเวลาว่าง เพื่อที่จะเพิ่มช่องทางในการหาเงินนั่นเอง Post navigation Own your life the 45 second Presentation that will change your life. 3 เทคนิคที่ต้องรู้ ในการทำธุรกิจเครือข่ายให้สำเร็จ